คู่มือหรือมาตรฐานการให้บริการ

แนวทางการดำเนินงานโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน (กข.คจ.)

                                                                            

  หลักการของโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน 

โครงการแก้ไขปัญหาความยากจน (กข.คจ.) เป็นการสนับสนุนเงินทุนให้ระดับหมู่บ้านแล้วมอบอำนาจและหน้าที่ความรับผิดชอบให้องค์กรประชาชนในหมู่บ้านเป็นผู้บริหารจัดการเงินทุนให้หมุนเวียนอยู่ในหมู่บ้านตลอดไป  โดยสนับสนุนเงินทุนเพื่อประกอบอาชีพแก่ครัวเรือนเป้าหมาย  หมู่บ้านละ  280,000  บาท  โดยไม่มีดอกเบี้ย และมีเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนเป็นผู้ส่งเสริมสนับสนุนตรวจสอบ และติดตามการดำเนินงานโครงการ  กข.คจ. ให้มีประสิทธิภาพ

  การบริหารเงินทุนโครงการ กข.คจ

การดำเนินงานโครงการ กข.คจ. ภายใต้ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการบริหารและการใช้จ่ายเงินโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน พ.ศ. 2553  มีแนวทางการบริหารเงินทุน กข.คจ. ดังนี้

การพิจารณาอนุมัติโครงการและเงินยืมให้คณะกรรมการ กข.คจ. หมู่บ้าน พิจารณาอนุมัติโครงการและเงินยืมตามลำดับบัญชีทะเบียนครัวเรือนเป้าหมายและต้องได้รับความเห็นชอบจากพัฒนากรผู้รับผิดชอบประจำตำบล (ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการบริหารและการใช้จ่ายเงินโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน พ.ศ. 2553) มีแนวทางปฏิบัติ ดังนี้

  1. ให้พิจารณาอนุมัติโครงการและเงินยืมแก่ครัวเรือนเป้าหมายตามทะเบียนครัวเรือนเป้าหมายที่ได้จัดทำไว้ครั้งแรกได้ยืมจนครบถ้วนก่อน จึงให้ครัวเรือนเป้าหมายที่เกิดขึ้นใหม่ภายหลังได้ยืมในลำดับถัดไป
  2. กรณีหมู่บ้านที่ครัวเรือนมีรายได้ผ่านเกณฑ์ (จปฐ.) ครบทุกครัวเรือน ให้คณะกรรมการ กข.คจ. หมู่บ้าน พิจารณาอนุมัติโครงการและเงินยืมแก่ครัวเรือนเป้าหมายที่ยังไม่บรรลุวัตถุประสงค์ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตใช้เป็นเงินทุนในการประกอบอาชีพเพื่อสร้างรายได้ สำหรับพัฒนาคุณภาพชีวิตต่อไป
  3. ประเภทอาชีพที่ครัวเรือนเป้าหมายสามารถเสนอขอยืมเงินได้มี ดังนี้ 1) อุตสาหกรรมในครัวเรือน 2) ค้าขาย 3) งานช่าง 4) เกษตรกรรม 5) อาชีพอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการ กข.คจ. เห็นชอบ ให้ทำได้ เช่น รับจ้างซักรีด รับซื้อของเก่า
  4. การพิจารณาจำนวนเงินยืมของครัวเรือนเป้าหมาย โดยพิจารณาจาก  1) ความสามารถในการส่งใช้เงินยืม  2) ประเภทอาชีพตามความเหมาะสมและเป็นไปได้  และ 3) ระยะเวลาที่จะก่อให้เกิดรายได้
  5. เงื่อนไขในการใช้เงินยืมของครัวเรือนเป้าหมาย คือ ให้นำไปใช้ประกอบอาชีพตามโครงการที่เสนอขอยืม  1) ห้ามนำไปใช้หนี้สินเดิม  2) ห้ามนำไปบูรณะ ซ่อมแซมที่อยู่อาศัย  3) ห้ามนำไปใช้จ่ายในครอบครัว

  คณะกรรมการ กข.คจ

คณะกรรมการ กข.คจ. หมู่บ้าน มีจำนวน 7 คนแต่ไม่เกิน 9 คน มีวาระคราวละ 4 ปี มาจากประธาน กม. ผู้แทน กม. ผู้แทน อบต. ผู้แทนสตรี ผู้แทนองค์กรชุมชนอื่นๆ ในระดับหมู่บ้าน

  กระบวนการอนุมัติเงินยืมของคณะกรรมการ กข.คจ. หมู่บ้าน

  1. คณะกรรมการ กข.คจ. หมู่บ้าน พิจารณาความเป็นไปได้ของโครงการและเสนอแบบขอยืมเงินต่อพัฒนากรผู้รับผิดชอบประจำตำบลเห็นชอบ  เพื่อประกอบการพิจารณาอนุมัติยืมเงินแก่ครัวเรือนเป้าหมาย
  2. คณะกรรมการ กข.คจ. หมู่บ้าน พิจารณาอนุมัติเงินยืมให้แก่ครัวเรือนเป้าหมาย ให้พิจารณาตามลำดับตามบัญชีทะเบียนครัวเรือนเป้าหมาย
  3. การพิจารณาอนุมัติเงินยืมต้องได้รับความเห็นชอบจากพัฒนากรผู้รับผิดชอบประจำตำบล ไม่ควรใช้วิธีการเฉลี่ยเงินทุน ควรพิจารณาตามความจำเป็น ความเหมาะสมของแต่ละโครงการและคำนึงถึงผลตอบแทนที่ได้รับ

  การทำสัญญายืมเงินตามโครงการ กข.คจ

แนวทางการทำสัญญายืมเงิน กข.คจ. ตามแบบที่กำหนด ให้ดำเนินการดังนี้

  1. ให้เลขานุการคณะกรรมการ กข.คจ. หมู่บ้าน แจ้งให้หัวหน้าครัวเรือนเป้าหมายหรือผู้แทนที่ได้รับอนุมัติโครงการและเงินยืม มาทำสัญญายืมเงินภายใน 3 วัน นับแต่วันที่รับแต่วันที่รับแจ้งการอนุมัติโครงการและเงินยืม
  2. ให้เลขานุการคณะกรรมการ กข.คจ. หมู่บ้าน รายงานผลการอนุมัติเงินยืมให้อำเภอทราบ และปิดประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน ณ ศูนย์ปฏิบัติการหมู่บ้านโครงการ กข.คจ. หรือในที่เปิดเผยของชุมชน
  3. ในการทำสัญญายืมเงิน ให้ประธานคณะกรรมการ กข.คจ. หมู่บ้าน และหัวหน้าครัวเรือนเป้าหมายหรือผู้แทน เป็นคู่สัญญา และเป็นผู้มีอำนาจลงนามในสัญญา
  4. ให้ทำสัญญายืมเงินทุน กข.คจ. ตามแบบที่กำหนด จำนวน 3 ชุด โดยส่งมอบและเก็บไว้เป็นหลักฐาน ดังนี้

1) หัวหน้าครัวเรือนเป้าหมายผู้ยืมเงิน                                   จำนวน 1 ชุด
2) คณะกรรมการ กข.คจ. หมู่บ้าน                                         จำนวน 1 ชุด
3) นายอำเภอ(มอบให้สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอ)         จำนวน 1 ชุด

  การเบิกจ่ายเงินให้ครัวเรือนที่ได้รับอนุมัติให้ยืมเงิน

การเบิกจ่ายเงินกองทุน กข.คจ. ให้แก่ครัวเรือนที่ได้รับอนุมัติให้ยืมเงินดำเนินการ โดยให้คณะกรรมการกองทุน กข.คจ. หมู่บ้าน โอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากของหัวหน้าครัวเรือนเต็มจำนวนที่ได้รับอนุมัติให้ยืม และออกใบรับเงินยืมของครัวเรือนเป้าหมาย

การกำหนดระยะเวลาการชำระคืนเงินยืมของครัวเรือนเป้าหมาย

ให้คณะกรรมการ กข.คจ. หมู่บ้าน กำหนดระยะเวลาการชำระคืนเงินยืม ทั้งนี้ ต้องไม่เกิน 3 ปี นับแต่วันทำสัญญาโดยพิจารณา

1.ความสามารถในการส่งใช้เงินยืม
2.ประเภทอาชีพตามความเหมาะสมและเป็นไปได้
3.ระยะเวลาที่จะก่อให้เกิดรายได้ของครัวเรือนเป้าหมาย

 

  เอกสารที่เกี่ยวข้อง

 คู่มือการดำเนินการโครงการ กข.คจ.

 ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการบริหารและใช้จ่ายเงินโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน ปี 2553

 คู่มือตรวจสุขภาพ-กข.คจ

 บัญชีคุมเงินฝากธนาคาร A4(เล่มเขียว)

 บัญชีคุมลูกหนี้ A4(เล่มเหลือง)

 สมุดบัญชีทะเบียนครัวเรือนเป้าหมาย A4

 สมุดบันทึกสถานะหมู่บ้านโครงการ กข.คจ.

2. กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต

กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต - สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอสีชมพู

ความเป็นมาและแนวคิดพื้นฐานในการดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต

               แนวความคิดเรื่องการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์การผลิตในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนเงินทุนนั้น เป็นแนวความคิดตั้งแต่เริ่มมีกระบวนการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ครั้งแรก เนื่องจากในสมัยก่อนประชาชนไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน การกู้เงินจากธนาคารเพื่อนำมาใช่จ่ายในครอบครัวหรือลงทุนในการประกอบอาชีพทำได้ยาก มีขั้นตอนที่ยุ่งยากซับซ้อนและมักจะไม่ได้รับการการอนุมัติให้กู้ยืม
              ดังนั้นกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต หมายถึง การรวมตัวของประชาชนด้วยความสมัครใจ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อออมเงินอย่างสม่ำเสมอ และใช้เงินในการลงทุนประกอบอาชีพ และใช้จ่ายทั้งของตนเองและบุคคลอื่น ๆ ภายในกลุ่ม บริหารและจัดการโดยสมาชิกกลุ่มกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต และได้จัดตั้งครั้งแรกเมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2517 ที่ตำบลขรัวมุง อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่  ดำเนินการโดยกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย โดยใช้ชื่อว่า กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต และมีการส่งเสริมให้มีการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตทั่วประเทศ

หลักการและวิธีการดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต

              กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต หมายถึง การรวมตัวกันของชาวบ้าน เพื่อช่วยเหลือตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกันโดยการประหยัดทรัพย์ แล้วนำมาสะสมรวมกันทีละเล็กละน้อยเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อใช้เป็นทุนให้สมาชิกที่มีความจำเป็นเดือดร้อนกู้ยืมไปใช้ในการ ลงทุนประกอบอาชีพ หรือเพื่อสวัสดิการของตนเองและครอบครัว (พงษ์นรินทร์ อัสวเศรณี และคณะ กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตและกิจกรรมเครือข่าย กรมการพัฒนาชุมชน 2541 หน้า 8)
              หลักการดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต จะดำเนินงานให้ประสบผลสำเร็จ และมีประสิทธิภาพจะต้องบริหารจัดการอยู่ภายใต้คุณธรรม 5 ประการ ดังนี้
              1.ความซื่อสัตย์
              2.ความเสียสละ
              3.ความรับผิดชอบ
              4.ความเห็นอกเห็นใจกัน
              5.ความไว้วางใจกัน

วัตถุประสงค์ของการดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต

              1. ส่งเสริมให้มีการประหยัดและออมเงินในรูปเงินสัจจะ
              2. ให้บริหารเงินทุนสนับสนุนการประกอบอาชีพและสวัสดิการของสมาชิก
              3. ให้มีประสบการณ์ในการบริหาร และจัดทำเงินทุนด้วยตนเอง
              4. ส่งเสริมให้มีความสามัคคี การทำงานร่วมกัน และการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
              5. ให้มีประสบการณ์ในการบริหาร และจัดการเงินทุนของตนเอง

 เงินทุนของกลุ่ม

              1. เงินสัจจะสะสม เป็นเงินที่ได้จากการออมของสมาชิก จำนวนเท่า ๆ กัน ทุกเดือนตามกำลังความสามารถ เพื่อใช้เป็นทุนในการดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต ซึ่งจะจ่ายคืนเงินสัจจะสะสมเมื่อสมาชิกสิ้นสุดสมาชิกภาพแล้วเท่านั้น ซึ่งกลุ่มจะจ่ายผลตอบแทนในรูปของเงินปันผล
              2. เงินสัจจะสะสมพิเศษ เป็นเงินรับฝากจากสมาชิก ที่มีเงินเหลือและประสงค์จะฝากเงินได้กับกลุ่ม ซึ่งสามารถถอนเงินออกไปใช้จ่ายเมื่อจำเป็น และกลุ่มจะจ่ายผลตอบแทนใน รูปแบบดอกเบี้ยตามระเบียบของกลุ่ม
              3. เงินรายได้อื่น ๆ เช่น ค่าสมัคร/ค่าธรรมเนียม ค่าปรับ ดอกเบี้ย
              4. เงินอุดหนุน จากส่วนราชการ องค์กรปกครองท้องถิ่น และองค์กรอื่น ๆ

สมาชิก

 สมาชิกของกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตมี 3 ประเภท คือ
              1. สมาชิกสามัญ ได้แก่บุคคลทุกเพศ ทุกวัยภายในหมู่บ้าน/ตำบล ที่สมัครเข้ามาเป็นสมาชิก
กลุ่ม ตามระเบียบข้อบังคับของกลุ่ม
             2. สมาชิกวิสามัญ ได้แก่ กลุ่ม/บุคคล ภายในหมู่บ้าน/ตำบล ที่สนใจและสมัครเข้าเป็น
สมาชิกกลุ่ม โดยไม่ประสงค์จะกู้เงินจากลุ่ม
             3. สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ ข้าราชการ หรือคหบดี ที่สนใจและให้การสนับสนุนกลุ่มโดย
ไม่หวังผลตอบแทน

หน้าที่ของสมาชิก

             1. ส่งเงินสัจจะสะสมเป็นประจำทุกเดือน
             2. ส่งคืนเงินกู้ตามกำหนด
             3. เลือกตั้งคณะกรรมการบริหารกลุ่ม
             4. เข้าร่วมประชุมสามัญประจำปี
             5. มีส่วนร่วมในกิจกรรมกลุ่ม
             6. ให้ข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะที่ดีแก่กลุ่ม
             7. กำกับ ตรวจสอบการดำเนินงานของกลุ่ม

คณะกรรมการ

 คณะกรรมการบริหารกลุ่มออมทรัพย์ มี 4 คณะ ดังนี้
             1. คณะกรรมการอำนวยการ จำนวน 5-9 คน มีหน้าที่ในการบริหาร จัดการกลุ่มออมทรัพย์ให้มีประสิทธิภาพ เป็นที่พึงพอใจของสมาชิก ตลอดเป็นตัวแทนของกลุ่มในการประสานงาน และติดต่อกับองค์กรภายนอก
             2. คณะกรรมการพิจารณาเงินกู้ จำนวน 3-5 คน มีหน้าที่ในการพิจารณาให้กู้ยืมเงิน
ติดตามโครงการ และเร่งรัดหนี้สิน

เอกสารและแบบฟอร์มหนังสือการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์

(Visited 1 times, 1 visits today)